top of page

ขนาดกล่องกระดาษมาตรฐาน ไปรษณีย์ (อัปเดต 2569) พร้อมตารางค่าส่ง

อัปเดตล่าสุด: 09/06/2026

         ยุคที่การค้าขายออนไลน์ (E-commerce) กลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ การเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมไม่ได้เป็นเพียงแค่การใส่ของลงกล่องแล้วส่งออกไปเท่านั้น แต่คือการบริหารจัดการต้นทุน การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ และการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า

1. ความสำคัญของการเลือกใช้กล่องกระดาษมาตรฐาน ไปรษณีย์

การเลือกใช้กล่องที่มีขนาดมาตรฐานตามที่ไปรษณีย์ไทยกำหนด มีข้อดีหลายอย่างที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม อย่างแรกคือเรื่องของความแข็งแรงที่ผ่านการทดสอบมาแล้ว กล่องมาตรฐานเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำหนักและการเรียงซ้อนในระบบขนส่งอัตโนมัติได้ ช่วยลดความเสี่ยงที่สินค้าจะเสียหายจากการกดทับหรือแรงกระแทกระหว่างทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การใช้กล่องขนาดมาตรฐานยังช่วยให้คุณสามารถคำนวณค่าขนส่งได้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ ลดปัญหาค่าส่งบานปลายที่มักเกิดจากการใช้กล่องขนาดพิเศษที่ไม่ได้สัดส่วน การส่งสินค้าด้วยกล่องที่สะอาด แข็งแรง และมีขนาดพอดีกับตัวสินค้า ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความประทับใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

2. ตารางขนาดกล่องไปรษณีย์ไทย (อัปเดต 2569)

ตารางเปรียบเทียบขนาดกล่องไปรษณีย์ไทยมาตรฐาน เบอร์ 00 ถึงเบอร์ H

เพื่อให้คุณเลือกใช้งานได้ถูกต้องและเหมาะสมกับความต้องการ เราได้รวบรวมข้อมูล ขนาดกล่องกระดาษมาตรฐาน ไปรษณีย์ ทุกเบอร์ที่นิยมใช้งานในปัจจุบันมาไว้ในตารางด้านล่างนี้ โดยครอบคลุมตั้งแต่ขนาดจิ๋วไปจนถึงขนาดใหญ่พิเศษ เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมและเปรียบเทียบขนาดได้อย่างชัดเจนในที่เดียว

เบอร์กล่อง
ขนาด (กว้าง x ยาว x สูง)
ลักษณะเด่นและการใช้งานเบื้องต้น
H
40 x 45 x 34 ซม.
ขนาดใหญ่ที่สุดสำหรับพัสดุทั่วไปที่ต้องการความจุสูงสุด
G
31 x 36 x 26 ซม.
ทรงลูกบาศก์ เหมาะสำหรับสินค้าที่มีทรงเหลี่ยมหรือกว้าง
F (ฉ)
30 x 45 x 20 ซม.
ขนาดใหญ่พิเศษสำหรับสินค้าที่มีปริมาตรมาก
E (จ)
24 x 40 x 17 ซม.
กล่องขนาดใหญ่สำหรับบรรจุสินค้าหลายชิ้นรวมกัน
D (ง)
22 x 35 x 14 ซม.
ทรงยาวขึ้น เหมาะสำหรับสินค้าที่มีความยาวหรือต้องการพื้นที่เพิ่ม
C (ค)
20 x 30 x 11 ซม.
ขนาดกลางที่เป็นมาตรฐานยอดฮิตสำหรับร้านค้าออนไลน์
B (ข)
17 x 25 x 9 ซม.
ทรงแบนกว้าง เหมาะสำหรับหนังสือหรือสินค้าที่มีลักษณะแบน
A (ก+7)
14 x 20 x 11 ซม.
มีความสูงเพิ่มขึ้นจากเบอร์ 0 เหมาะสำหรับสินค้าที่มีความหนา
0 (ก)
11 x 17 x 6 ซม.
ขนาดกะทัดรัด ยอดนิยมสำหรับการส่งของชิ้นเล็กทั่วไป
00 (จิ๋ว)
9.8 x 14 x 6 ซม.
ขนาดเล็กที่สุดในตระกูลกล่องมาตรฐาน เหมาะสำหรับสินค้าชิ้นเล็กและน้ำหนักเบา

คำแนะนำ: การเลือกขนาดกล่องไม่ควรพิจารณาเพียงแค่ขนาดของตัวสินค้าเท่านั้น แต่ต้องเผื่อพื้นที่สำหรับวัสดุกันกระแทก เช่น บับเบิ้ลแรป (Bubble Wrap) หรือเม็ดโฟม อย่างน้อยด้านละ 2-3 เซนติเมตร เพื่อป้องกันแรงกระแทกจากภายนอกไม่ให้ถึงตัวสินค้าโดยตรง

3. Product-Box Matching: กลยุทธ์จับคู่สินค้ากับขนาด       กล่องที่เหมาะสม

วิธีการแพ็คสินค้าลงกล่องไปรษณีย์ที่ถูกต้อง พร้อมวัสดุกันกระแทกเพื่อป้องกันความเสียหายระหว่างขนส่ง

       หนึ่งในความท้าทายที่ผู้ขายออนไลน์มักประสบคือการตัดสินใจเลือกขนาดกล่องให้พอดีกับสินค้า เพื่อช่วยลดภาระความยุ่งยากนี้ เราได้จัดทำตารางแนะนำการจับคู่สินค้าประเภทยอดนิยมกับขนาดกล่องที่เหมาะสมที่สุด โดยอ้างอิงจากการทดลองบรรจุสินค้าในหลากหลายรูปแบบ ดังนี้

ประเภทสินค้า
ปริมาณหรือลักษณะสินค้า
ขนาดกล่องที่แนะนำ
เหตุผลประกอบการเลือก
เครื่องสำอาง / สกินแคร์
ลิปสติก 1-2 แท่ง หรือครีมซอง
เบอร์ 00
ช่วยลดน้ำหนักรวมและประหยัดพื้นที่ในการจัดส่ง
เครื่องประดับ / เคสมือถือ
แหวน, สร้อย หรือเคสโทรศัพท์
เบอร์ 0
มีพื้นที่พอเหมาะสำหรับการห่อบับเบิ้ลกันกระแทก
เสื้อผ้าแฟชั่น
เสื้อยืด 1-2 ตัว (พับเรียบร้อย)
เบอร์ A
ขนาดพอดีกับเสื้อที่พับแล้ว ไม่ทำให้เสื้อยับจนเกินไป
หนังสือ / นิตยสาร
หนังสือขนาด A5 ประมาณ 1-3 เล่ม
เบอร์ B
ทรงกล่องสอดรับกับรูปเล่มหนังสือ ช่วยป้องกันมุมหนังสือบุบ
รองเท้า
รองเท้าแฟชั่นหรือผ้าใบ 1 คู่
เบอร์ C
สามารถใส่กล่องรองเท้าเดิมลงไปได้พอดี (สำหรับไซซ์มาตรฐาน)
อุปกรณ์ไอที
กล้อง Mirrorless พร้อมเลนส์ 1 ตัว
เบอร์ D
มีพื้นที่เพียงพอสำหรับวัสดุกันกระแทกหนาๆ เพื่อความปลอดภัย
เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก
กาต้มน้ำไฟฟ้า หรือไดร์เป่าผม
เบอร์ E หรือ F
รองรับน้ำหนักและขนาดของตัวเครื่องได้ดี

การเลือกกล่องที่พอดีกับสินค้านอกจากจะช่วยประหยัดค่าวัสดุกันกระแทกแล้ว ยังส่งผลดีต่อต้นทุนค่าขนส่ง เนื่องจากน้ำหนักรวมของพัสดุจะไม่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น และยังช่วยลดโอกาสที่สินค้าจะขยับไปมาภายในกล่องจนเกิดความเสียหายอีกด้วย

4. อัปเดตอัตราค่าบริการไปรษณีย์ไทย 2569       (EMS และบริการยอดนิยม)

เพื่อให้คุณสามารถวางแผนต้นทุนและกำหนดราคาขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราได้ตรวจสอบและสรุปอัตราค่าบริการล่าสุดจากไปรษณีย์ไทยสำหรับปี 2569 โดยเน้นที่น้ำหนักมาตรฐานของสินค้าออนไลน์ทั่วไปคือประมาณ 500 กรัม ซึ่งเป็นช่วงน้ำหนักที่พบได้บ่อยที่สุดในการจัดส่งพัสดุในประเทศ

รูปแบบบริการจัดส่ง
อัตราค่าบริการ (บาท)
ระยะเวลาจัดส่งโดยประมาณ
จุดเด่นของบริการ
EMS ในประเทศ
52.00
1-2 วันทำการ
รวดเร็วที่สุด มีระบบติดตามสถานะอย่างละเอียด
eCo-Post (ส่งประหยัด)
30.00
2-5 วันทำการ
ราคาย่อมเยา เหมาะสำหรับสินค้าที่ไม่รีบด่วน
พัสดุไปรษณีย์
25.00
3-7 วันทำการ
เน้นความประหยัดสูงสุดสำหรับพัสดุขนาดใหญ่

หมายเหตุ: ข้อมูลอัตราค่าบริการอ้างอิงจากระบบคำนวณอัตราค่าบริการอัตโนมัติของไปรษณีย์ไทย ณ วันที่ 19 มีนาคม 2569 ทั้งนี้อาจมีการปรับเปลี่ยนตามพื้นที่ห่างไกลหรือโปรโมชั่นพิเศษในแต่ละช่วงเวลา

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ขนาดกล่องกระดาษมาตรฐาน ไปรษณีย์ และการเลือกใช้ให้สอดคล้องกับประเภทสินค้า ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณบริหารจัดการต้นทุนค่าขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นเครื่องสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจในคุณภาพที่ธุรกิจของคุณมีต่อลูกค้า การลงทุนในบรรจุภัณฑ์ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้สินค้าของคุณเดินทางไปถึงมือผู้รับได้อย่างปลอดภัยและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า

หวังว่าคู่มือฉบับนี้จะเป็นแหล่งข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการและผู้ที่ต้องการส่งพัสดุทุกคน หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีกรณีพิเศษในการจัดส่ง สามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ใกล้บ้าน หรือตรวจสอบข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของไปรษณีย์ไทย

อ้างอิง

ข้อมูลอัตราค่าบริการล่าสุด (2569) และระบบคำนวณราคา:

ข้อมูลขนาดกล่องพัสดุมาตรฐานและบริการของไปรษณีย์ไทย:

ศูนย์ช่วยเหลือและมาตรฐานการบรรจุภัณฑ์ (Thailand Post Help Center ):

BOX CELLAR PACKAGING

บริษัท บ็อกซ์ เซล์ล่า แพคเกจจิ้ง จำกัด

จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 16.30 น.

062-8935614

TEL.

  • Line
คิวอาโ๕๊ส boxcellarpackaging

© 2026 by Boxcellarpackaging.com 

BOX CELLAR PACKAGING

bottom of page